สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292ดาวน์โหลดแบบฟอร์มเพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสังคม
 ชาวนาเกลือแห่งเพชรบุรี อาชีพที่กำลังจะหายไป
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

5776 Posts

Posted - 20 Aug 2017 :  15:36:38  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2560


ชาวนาเกลือแห่งเพชรบุรี อาชีพที่กำลังจะหายไป
อาจารย์ตวงทอง ศรประเสริฐ
ภาควิชานิเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


                แม้คำขวัญประจำจังหวัดเพชรบุรีที่ว่า “เขาวังคู่บ้าน ขนมหวานเมืองพระ เลิศล้ำศิลปะ แดนธรรมะ ทะเลงาม” จะพูดถึงแต่เพียงโบราณสถาน ศิลปะ ชายหาดและขนมหวาน แต่ของดีเมืองเพชรที่คนอาจหลงลืมไปไม่ได้นึกถึงยังมีอีกหนึ่งสิ่ง และเป็นสิ่งที่อาจจะหายสาบสูญไปในอีกไม่ช้านานนี้ด้วย นั่นก็คือเกลือสมุทรชั้นดีและอาชีพทำนาเกลือของคนเมืองเพชรนั่นเอง
                แหล่งทำนาเกลือของจังหวัดเพชรบุรีอยู่ที่อำเภอบ้านแหลม ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นแหล่งผลิตเกลือสมุทรที่สำคัญและมีคุณภาพยอดเยี่ยมติดอันดับ ๑ ใน ๔ แห่งของประเทศไทยเลยทีเดียว หากใครเคยขับรถไปตามถนนเส้น คลองโคน-บางตะบูน-บ้านแหลม ซึ่งเป็นถนนเลียบชายทะเลซึ่งเป็นเส้นทางลัดไปจนถึงอำเภอชะอำได้ ก็คงมีโอกาสได้เห็นนาเกลือและโรงเกลือที่ตั้งเรียงรายอยู่เป็นระยะ มีกองเกลือสมุทรสีขาวเรียงยาวเป็นทิวแถว และคนงานที่สาละวนคราดเกลือ โกยเกลือและขนย้ายเกลือกันอย่างขยันขันแข็ง
                การทำนาเกลือนั้นแม้ว่าจะดูเหมือนง่ายดาย ไม่ต้องมีทักษะอะไรมาก เพียงแค่ลำเลียงน้ำทะเลเข้ามาขังไว้ในนาซึ่งมีพื้นที่เป็นดินเหนียว และปล่อยให้สายลมและแสงแดดทำงานจนกระทั่งน้ำระเหยหายไปเกลือเพียงผลึกเกลือขาวๆ ก็เท่านั้น แต่แท้จริงแล้วเป็นงานที่ต้องอาศัยทั้งประสบการณ์และภูมิปัญญาที่สั่งสมกันมานานนับร้อยปีเลยทีเดียว
                การทำนาเกลือแบบโบราณนั้นจะใช้กังหันผันน้ำทะเลเข้ามาในนาโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องจักรหรือเชื้อเพลิง อาศัยแต่เพียงภูมิปัญญาคนทะเลที่รู้ว่าลมเหนือพัดมาในฤดูหนาว ลมทะเลพัดมาในฤดูร้อน ก็วิดน้ำได้โดยไม่ต้องใช้น้ำมันเครื่อง แต่ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากในปัจจุบัน ทำให้ทิศทางลมไม่เป็นไปตามฤดูกาล คนทำนาเกลือจึงต้องหันไปอาศัยเครื่องสูบน้ำแทน
                เมื่อวิดน้ำทะเลเข้านาแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะนอนเล่นสบายใจรอให้กลายเป็นเกลือเพียงเท่านั้น แต่จะต้องขังน้ำทะเลไว้ในวังน้ำหรือที่เรียกว่านาขังเสียก่อน เพื่อให้น้ำทะเลตกตะกอนสิ่งสกปรกต่างๆ จากนั้นจึงวิดต่อเข้าไปยังนาประเทียบและนาตาก เพื่อตากแดดให้น้ำระเหยออก จากนั้นจึงเข้าสู่นาเชื้อ ซึ่งจะช่วยเตรียมน้ำให้มีความเค็มจัดในระดับที่เหมาะสมจะทำเป็นเกลือ โดยทำการซึ่งสังเกตจากสีบนขอบนา เมื่อมีสีส้มก็ถือว่าใช้ได้และสุดท้ายจะปล่อยน้ำเข้านาปลง ซึ่งเป็นพื้นที่ตกผลึกเกลือ กระบวนการตกผลึกหรือการปลง ในส่วนนี้จะใช้เวลาราว ๑๕-๒๐ วัน ก็จะได้เกลือสมุทรที่ตกผลึกเป็นสีขาวสะอาด คนงานก็จะใช้ลูกกลิ้งไถไปไถมาให้เกลือแตกเป็นเม็ด จากนั้นใช้ที่คราดดึงเกลือมารวมกันเป็นกองๆ เพื่อสะดวกต่อการเก็บเม็ดเกลือ ใส่หาบขนย้ายไปเก็บ ไว้ในโรงเกลือเพื่อเตรียมนำไปจำหน่ายต่อไป
                การทำนาเกลือนั้น แม้จะดูเหมือนแทบไม่มีต้นทุนอะไร เพราะน้ำทะเลก็เป็นของไม่ต้องซื้อหา แต่ปัญหาสำคัญนั้นอยู่ที่ทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้และประสบการณ์ที่จะช่วยให้การทำนาเกลือในแต่ละปีได้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจต่างหาก ว่ากันว่าหัวใจสำคัญของการทำนาเกลืออยู่ที่บุคคลสำคัญที่เรียกว่า คนเดินน้ำ ซึ่งมีหน้าที่คอยตรวจสอบระดับความเค็มของน้ำในนาให้เหมาะสม เพราะหากเค็มน้อยเกลือก็จะไม่ตกผลึก หากเค็มมากเกินไปก็จะเกิดเป็นดีเกลือ ไม่ตกผลึกเช่นกัน นอกจากนี้ ค่าแรงของคนงานนาเกลือ ยังเรียกได้ว่ามีค่าตัวสูงลิบ บางปีต้องจ่ายค่าแรงกันถึงวันละ ๕-๖๐๐ บาท ด้วยหาคนทำยากมาก เพราะต้องทนกับแสงแดดที่ร้อนจัดแผดเผาและเจ็บปวดจากการโดนน้ำทะเลกัดฝ่าเท้า
                อุปสรรคปัญหาในการทำนาเกลือยังต้องคอยระวังฝนหลงฤดู เพราะแม้การทำนาเกลือจะเน้นทำกันในฤดูแล้ง แต่หากมีฝนหลงฤดูมาเพียงไม่กี่สิบนาที ก็เรียกว่าจะต้องเริ่มต้นกระบวนการทั้งหมดกันใหม่ตั้งแต่วิดน้ำเข้านาเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีปัญหานาคราก หรือน้ำจืดซึมเข้ามาในนาตามรอยแตกของดิน ซึ่งจะทำให้การทำนาเกลือในปีนั้นล้มเหลวแทบจะโดยสิ้นเชิง
                ที่ดูจะยิ่งทำให้ชาวนาเกลือท้อใจมากไปกว่านั้นก็คือ อาชีพนี้ดูเหมือนจะอยู่พ้นจากความสนใจหรือให้ความสำคัญของนโยบายรัฐ ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหนๆ เนื่องจากถูกมองว่าจะเป็นเกษตรกรก็ไม่ใช่จะเป็นอุตสาหกรรมก็ไม่เชิง เมื่อเกลือราคาตกหรือประสบภัยธรรมชาติ ชาวนาเกลือจึงต้องหาทางต่อสู้ให้อาชีพทำนาเกลือไปต่อได้ด้วยตัวเอง

แหล่งอ้างอิง
ทัศนีย์ จันอินทร์. ฝ่ายวิชาการ สำนักงานอุทยานการเรียนรู้. เส้นทางสายเกลือ...สมุทรสาคร เข้าถึงจาก www.tkpark.or.th
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000